Pitukpong's Blog

หน้าแรก » ประโยคบอกเล่า ปฏิเสธ คำถาม Present Simple Tense ม.3

ประโยคบอกเล่า ปฏิเสธ คำถาม Present Simple Tense ม.3

Present-simple-structure

ตัวอย่างประโยค Present Simple Tense

ในเบื้องต้นขอยกตัวอย่าง ประโยคบอกเล่า ปฏิเสธ และการแต่งประโยคคำถามจากประโยคบอกเล่านะครับ เพื่อให้ผู้เรียนได้เห็นตัวอย่างการแต่งประโยคง่ายๆ ขอให้จดจำไว้ว่า ในการสร้างประโยคคำถามจากประโยคบอกเล่านั้น ถ้าประโยคดังกล่าวมี กริยาช่วย  อยู่ในประโยค ให้เอากริยาช่วยขึ้นต้นได้เลย แต่มีไม่กี่ตัวนะครับ ดูจากตัวอย่างเอาแล้วกัน

กริยาแท้ Verb to be ( is,  am,  are)

is am are ที่ยกตัวอย่างนี้ เป็นกริยาแท้นะครับ (เพราะมีตัวเดียวในประโยค ไม่ได้ไปเสริมกับกริยาตัวอื่น)

บอกเล่า She is a doctor. หล่อนเป็นหมอ
ปฏิเสธ  She is not a doctor. หรือ She isn’t a doctor. หล่อนไม่เป็นหมอ
คำถาม  Is she a doctor?  หล่อนเป็นหมอใช่ไหม
คำตอบ Yes, she is. / No, she isn’t. หรือ No, she is not. ใช่ / ไม่ใช่

บอกเล่า I am a student. ฉันเป็นนักเีรียน
ปฏิเสธ  I am not a student.. หรือ I’m not a student. ฉันไม่เป็นนักเรียน
คำถาม  Are you a student? ฉันเป็นนักเรียนใช่ไหม
คำตอบ Yes, I am. / No, I’m not. หรือ No, I am not. ใช่ ไม่ใช่

บอกเล่า You are  a tiger. คุณเป็นเสือ
ปฏิเสธ  You are not a tiger. หรือ You aren’t  a tiger. คุณไม่เป็นเสือ
คำถาม  Am I a tiger? ฉันเป็นเสือใช่ไหม
คำตอบ Yes, you are. / No, you are not. หรือ No, you aren’t. ใช่/ ไม่ใช่

กริยาแท้ Verb to have (Have, Has)

กริยาตัวนี้ ถ้าเป็นกริยาแท้ในประโยค ไม่ควรเอานำหน้าเพื่อทำเป็นประโยคคำถาม ถึงแม้จะถูกต้องตามไวยากรณ์ แต่ก็ไม่นิยมใช้กันแล้ว

การสร้างประโยคคำถามและปฏิเสธให้เอา Do กับ Does มาใช้ครับ (เดี๋ยวค่อยเรียนรู้ให้ละเอียดในหัวข้อ การใช้ have has)

บอกเล่า  He has a car. เขามีรถ
ปฏิเสธ  He does not have a car. หรือ He doesn’t have a car. เขาไม่มีรถ
คำถาม  Does he have a car? เขามีรถใ่ช่ไหม
คำตอบ Yes, he does. / No, he does not. หรือ No, he doesn’t. ใช่/ ไม่ใช่

บอกเล่า  They have a cat. พวกเขามีแมว
ปฏิเสธ  They do not have a cat. หรือ They don’t have a cat. พวกเขาไม่มีแมว
คำถาม  Do they have a car? พวกเขามีแมวใ่ช่ไหม
คำตอบ Yes, they do. / No, they do not. หรือ No, they don’t. ใช่/ ไม่ใช่

กริยาช่วย can, should, must

บอกเล่า  A dog can swim. หมาสามารถว่ายน้ำได้
ปฏิเสธ  A dog cannot swim. หรือ A dog can’t swim. หมาไม่สามารถว่ายน้ำได้
คำถาม Can a dog swim? หมาว่ายน้ำได้ใช่ไหม
คำตอบ Yes, a dog can. / No, a dog cannot. หรือ No, a dog can’t. ใช่/ ไม่ใช่

บอกเล่า  Somchai should go to school now. สมชายควรจะไปโรงเรียนเดี๋ยวนี้
ปฏิเสธ  Somchai should not go to school now. หรือ Somchai shouldn’t go to school now. สมชายไม่ควรจะไปโรงเรียนเดี๋ยวนี้
คำถาม  Should Somchai go to school now? สมชายควรจะไปโรงเรียนเดี๋ยวนี้ใช่ไหม
คำตอบ Yes, Somchai should. / No, Somchai should not. หรือ No,Somchai shouldn’t. ใช่/ ไม่ใช่

บอกเล่า  She must go. หล่อนต้องไป
ปฏิเสธ She must not go. หรือ She mustn’t go. หล่อนต้องไม่ไป
คำถาม Must she  go? หลอ่นต้องไปใช่ไหม
คำตอบ Yes, She must. / No, she must not. หรือ No, she mustn’t. ใช่/ ไม่ใช่

ถ้าไม่มีกริยาช่วยในประโยคให้เอา Do กับ Does มาใช้ในประโยคคำถาม

Do + ประธานพหูพจน์

Does + ประธานเอกพจน์

บอกเล่า  I eat a banana. ฉันกินกล้วย
ปฏิเสธ  I do not eat a banana. หรือ I don’t eat a banana. ฉันกินกล้วย
คำถาม  Do I eat a banana? ฉันกินกล้วย
คำตอบ Yes, I do. / No, I do not. หรือ No,I  don’t. ใช่/ ไม่ใช่

บอกเล่า  She eats a banana. หล่อนกินกล้วย
ปฏิเสธ  She does not eat a banana. หรือ She doesn’t eat a banana. หล่อนไม่กินกล้วย
คำถาม  Dose she eat a banana? หล่อนไม่กินกล้วยใช่ไหม
คำตอบ Yes, she does. / No, she does not. หรือ No, she doesn’t. ใช่/ ไม่ใช่

บอกเล่า  They go to school by bus. พวกเขาไปโรงเรียนโดยรถบัส
ปฏิเสธ  They do not go to school by bus. หรือ They don’t go to school by bus. พวกเขาไม่ไปโรงเรียนโดยรถบัส
คำถาม  Do they go to school by bus? พวกเขาไปโรงเรียนรถบัสใช่ไหม
คำตอบ Yes, they do. / No, they do not. หรือ No,they don’t. ใช่/ ไม่ใช่

บอกเล่า  He goes to school. เขาไปโรงเรียน
ปฏิเสธ  He does not go to school . หรือ He doesn’t go to school. เขาไม่ไปโรงเรียน
คำถาม  Does he go to school? เขาไปโรงเรียนใช่ไหม
คำตอบ Yes, he do. / No, he does not. หรือ No,he doesn’t. ใช่/ ไม่ใช่

ประโยคคำถามด้านบนเรียกว่า yes – no question เพราะคำตอบจะเป็น yes กับ no ส่วนด้านล่างเรียกว่า wh-question

 การสร้างคำถามโดยใช้ Wh-Question

(Who, What, Where, When, Why, How) ทำได้โดยเอาคำเหล่านี้นำหน้าประโยคคำถามด้านบน แต่ต้องตัดคำที่จะเป็นคำตอบออกด้วย เช่น

Is she a doctor? หล่อนเป็นหมอใช่ไหม

  • Who is she?  หล่อนเป็นใคร (ตัดหมอออก เพราะต้องการคำตอบเป็นบุคคล)
  • She is a doctor.  หล่อนเป็นหมอ

Do they have a car? พวกเขามีรถใช่ไหม

  •  What do they have?  พวกเขามีอะไร (ตัดรถออกเพราะต้องการคำตอบสิ่งของ)
  • They have a car. พวกเขามีรถ

Does he go to school? เขาไปโรงเรียนใช่ไหม

  • Where does he go? พวกเขาไปที่ไหน (ตัดโรงเรียนออก เพราะต้องการคำตอบสถานที่)
  • He goes to school. เขาไปโรงเรียน

Should Somchai go to school now? สมชายควรจะไปโรงเรียนเดี๋ยวนี้ใช่ไหม

  •  When should Somchai go to school? สมชายควรจะไปโรงเรียนเมื่อไหร่ (ตัดเดี๋ยวนี้ เพราะต้องการคำตอบที่เป็นเวลา)
  • Shomchai should go to school now. สมชายควรจะไปโรงเรียนเดี๋ยวนี้

Should Somchai go to school now? สมชายควรจะไปโรงเรียนเดี๋ยวนี้ใช่ไหม

  • Why should Somchai go to school now? ทำไม สมชายควรจะไปโรงเรียนเดี๋ยวนี้ (ไม่ตัดอะไรเลย เพราะคำตอบไม่ได้อยู่ในประโยค)
  • Because he will be late. เพราะว่า เขาจะไปสาย

Do they go to school by bus? พวกเขาไปโรงเรียนโดยรถบัสใช่ไหม

  • How do they go to school? พวกเขาไปโรงเรียนอย่างไร (ตัดโดยรถบัสออก เพราะคำตอบต้องการวิธีการ)
  • They go to school by bus. พวกเขาไปโรงเรียนโดยรถบัส

44 ความเห็น

  1. kanokpit Muangma m.3/1 no.15 พูดว่า:

    ได้รู้ว่าประโยคบอกเล่า ปฏิเสธ และการแต่งประโยคคำถามจากประโยคบอกเล่า ในการสร้างประโยคคำถามจากประโยคบอกเล่านั้น ถ้าประโยคดังกล่าวมี กริยาช่วย อยู่ในประโยค

  2. Chanyanuch tipdacho no.19 m.3/1 พูดว่า:

    Present simple tense
    is am are เช่น She is a doctor, I am a student,You are a tiger
    has,have เช่น He has a car , They have a cat .

  3. Sawitchaya Maita M. 3/1 No. 30 พูดว่า:

    ประโยคบอกเล่า ปฏิเสธ และการแต่งประโยคคำถามจากประโยคบอกเล่า ผู้เรียนสามารถที่จะรู้โครงสร้างเรื่อง Present Simple Tense การเขียนที่ถูกต้อง การตั้งประโยคคำถาม ประโยคคำตอบ ประโยคปฏิเสธ และยังมีกริยาช่วยอีก 24 ตัว
    และยังรู้วิธีการใช้กริยาช่วยแ่ต่ล่ะตัวว่าใช้ในแบบไหน และสามารถนำไปใช้เรียนได้อีกต่อๆกันไป

  4. Chonlada Phunkhong M.3/1 No.18 พูดว่า:

    ประโยคบอกเล่า ปฏิเสธ คำถาม PRESENT SIMPLE TENSE
    1.กริยาแท้ Verb to be จะมี is, am, are ในประโยค
    2.กริยาแท้ Verb to have (Have, Has) การสร้างประโยคคำถามและปฏิเสธให้เอา Do กับ Does มาใช้
    3.กริยาช่วย can, should, must ถ้าไม่มีกริยาช่วยในประโยคให้เอา Do กับ Does มาใช้ในประโยคคำถาม
    Do + ประธานพหูพจน์
    Does + ประธานเอกพจน์
    4.การสร้างคำถามโดยใช้ Wh-Question
    (Who, What, Where, When, Why, How) ทำได้โดยเอาคำเหล่านี้นำหน้าประโยคคำถามด้านบน แต่ต้องตัดคำที่จะเป็นคำตอบออกด้วย

  5. Aungkanang Wanjai no.29 m.3/1 พูดว่า:

    จากการศึกษา Present simple tense ตัวอย่างเช่น
    I eat , Do I eat , I don’t eat
    She eats. , Does she eat ?,she doesn’t eat

  6. Sitanan Khamsu M.3/1 No.26 พูดว่า:

    กริยาแท้ Verb to be ( is, am, are) เช่น
    -บอกเล่า She is a doctor. หล่อนเป็นหมอ
    -ปฏิเสธ She is not a doctor. หรือ She isn’t a doctor. หล่อนไม่เป็นหมอ
    กริยาแท้ Verb to have (Have, Has) เช่น
    -บอกเล่า He has a car. เขามีรถ
    -ปฏิเสธ He does not have a car. หรือ He doesn’t have a car. เขาไม่มีรถ
    กริยาช่วย can, should, must เช่น
    -บอกเล่า A dog can swim. หมาสามารถว่ายน้ำได้
    -ปฏิเสธ A dog cannot swim. หรือ A dog can’t swim. หมาไม่สามารถว่ายน้ำได้

  7. Nichakarn khamlue M.3/1 No.21 พูดว่า:

    จากที่ได้ศึกษาทำให้รู้ว่า Present Simple Tense ทำให้รู้จักการแต่งประโยคทีง่ายๆและทำให้รู้เรื่องการใช้ Verb ต่างๆ ให้เหมาะสมกับประโยคต่างๆ

  8. pakapong wongchaiya m.3/1 no.8 พูดว่า:

    ได้รู้ว่าในการสร้างประโยคคำถามจากประโยคบอกเล่านั้น ถ้าประโยคดังกล่าวมี กริยาช่วย อยู่ในประโยค ให้เอากริยาช่วยขึ้นต้นได้เลย

  9. Chonnikan Glamprasert M.3/1 No.16 พูดว่า:

    จากที่ฉันได้ดูทำให้รู้ว่าในการสร้างประโยคคำถามจากประโยคบอกเล่านั้น ถ้าประโยคดังกล่าวมี กริยาช่วยอยู่ในประโยคให้เอากริยาช่วยขึ้นต้นได้เลย เเละทำให้รู้จักการใช้Verbต่างๆให้เหมาะสมกับประโยคต่างๆ

  10. natthapong tanon m.3/1 no.4 พูดว่า:

    ได้รู้ว่าในการสร้างประโยคคำถามจากประโยคบอกเล่านั้น ถ้าประโยคดังกล่าวมี กริยาช่วย อยู่ในประโยค ให้เอากริยาช่วยขึ้นต้นได้เลย

  11. daungkamon yongkhetkan M.3/1 No.22 พูดว่า:

    จากการที่ได้ศึกษาทำให้รู้ว่า กริยาแท้ Verb to have ใช้ Have, Has ถ้าเป็นกริยาแท้ในประโยค ไม่ควรเอานำหน้าเพื่อทำเป็นประโยคคำถาม ถึงแม้จะถูกต้องตามไวยากรณ์ แต่ก็ไม่นิยมใช้กัน

  12. supaporn kamruang 3/1 no.28 พูดว่า:

    ได้รู้เกี่ยวกับ ประโยคบอกเล่า ปฏิเสธ และการแต่งประโยคคำถามจากประโยคบอกเล่า ได้เห็นตัวอย่างการแต่งประโยคง่ายๆ

  13. Pirapat wanjai m.3/1 no.7 พูดว่า:

    ทำให้รู้ว่าในการสร้างประโยคคำถามจากประโยคบอกเล่านั้น ถ้าประโยคดังกล่าวมี กริยาช่วย อยู่ในประโยค ให้เอากริยาช่วยขึ้นต้นได้เลยโดยจะมีกริยาแท้ Verb to be ( is, am, are),กริยาแท้ Verb to have (Have, Has)และกริยาช่วย can, should, must

  14. wipada indee 3/1 no.25 พูดว่า:

    ได้รู้เกี่ยวกับ ประโยคบอกเล่า ปฏิเสธ และการแต่งประโยคคำถามจากประโยคบอกเล่า ได้เห็นตัวอย่างการแต่งประโยคง่ายๆ

  15. Supapan Kamsu No.34 class3/1 พูดว่า:

    ได้เรียนรู้เรื่องpresent simple tenseและการใช้คำถามต่างๆ What Where When Who Why .

  16. sukun khongam no.11 m.3/1 พูดว่า:

    จากการอ่านและทำความเข้าใจฉันคิดว่าis am are เป็นกิริยาแท้และ กริยาแท้ Verb to have (Have, Has)

    กริยาตัวนี้ ถ้าเป็นกริยาแท้ในประโยค ไม่ควรเอานำหน้าเพื่อทำเป็นประโยคคำถาม ถึงแม้จะถูกต้องตามไวยากรณ์ แต่ก็ไม่นิยมใช้กันแล้ว

  17. ืืNattikan Kaenjan M. 3/1 No. 20 พูดว่า:

    จาการศึกษาทำให้ดิฉันทราบว่า
    ในการสร้างประโยคคำถามจากประโยคบอกเล่านั้น ถ้าประโยคดังกล่าวมี กริยาช่วย อยู่ในประโยค ให้เอากริยาช่วยขึ้นต้นได้เลย แต่มีไม่กี่ตัว
    กริยาแท้ Verb to be ( is, am, are)

    is am are ที่ยกตัวอย่างนี้ เป็นกริยาแท้ (เพราะมีตัวเดียวในประโยค ไม่ได้ไปเสริมกับกริยาตัวอื่น)เช่น
    บอกเล่า I am a student. ฉันเป็นนักเีรียน
    ปฏิเสธ I am not a student.. หรือ I’m not a student. ฉันไม่เป็นนักเรียน
    คำถาม Are you a student? ฉันเป็นนักเรียนใช่ไหม
    คำตอบ Yes, I am. / No, I’m not. หรือ No, I am not. ใช่ ไม่ใช่

  18. Nirut Poolampong No.5 class3/1 พูดว่า:

    ..ในเรื่องนี้ทำให้ผมได้จำเรื่อง Present simple tense และได้เรียนรู้การใช้Present simple tenseด้วย

  19. penpan jakkheaw 3/1 no.23 พูดว่า:

    ได้รู้ว่าประโยคปฏิเสธกับประโยคบอกเล่ามีความแตกต่างกันอย่างไรบ้างและมีส่วนประกอบใด ๆ ในประโยค

  20. Jirapat Kamruang 3/1 Number 1 พูดว่า:

    ได้รู้เกี่ยวกับ ประโยคบอกเล่า ปฏิเสธ คำถาม เช่น
    บอกเล่า She is a teacher. หล่อนเป็นครู
    ปฏิเสธ She is not a doctor. หรือ She isn’t a doctor. หล่อนไม่เป็นหมอ
    คำถาม Is she a nurse? หล่อนเป็นพยาบาลใช่ไหม?

  21. netipong sankwan No.6 M.3/1 พูดว่า:

    จากผมได้ศึกษาอ่านดูทำให้ผมได้รู้ความรู้มากเลยครับ

  22. Kritmatee Boonwong m.3/3 No.1 พูดว่า:

    ได้เข้าใจ ในการใช้ประโยคคำถาม ปฏิเสธ และ ประโยคบอกเล่า

  23. nratid seeta No.7 M.3/3 พูดว่า:

    จากการอ่าน Present ทำให้ผมได้ความรู้มาอีกมากมายเลยครับ

  24. nattapong butsuwan No.8 M.3/3 พูดว่า:

    จากการอ่าน Present ทำให้ผมได้ความรู้มากมายเลยครับ

  25. Thitirat fuangfoo No.22 M.3/3 พูดว่า:

    ได้รุ้จักประโยคบอกเล่าประโยคปฏิเสธ แระประโยคคำถาม มีประโยชน์ต่อการใช้ชีวิตประจำวันอีกด้วย

  26. rittidat taveekul 3/3 no16 พูดว่า:

    ผมได้รู้เรื่องของการใช้ประโยคบอกเล่า ปฏิเสธ และการแต่งประโยคคำถาม ประโยคบอกเล่าในเรื่องที่เราไม่เข้าใจว่ามันใช้อย่างไรเช่นในการสร้างประโยคคำถามจากประโยคบอกเล่านั้น ถ้าประโยคดังกล่าวมี กริยาช่วย อยู่ในประโยค ให้เอากริยาช่วยขึ้นต้นได้เลย

  27. jamaree muangsuwan no.21 m 3/3 พูดว่า:

    จากการที่ดิฉันได้อ่าน และศึกษาในเรื่อง ประโยคบอกเล่า ปฏิเสธ คำถาม ทำให้ดิฉันได้เข้าใจในเรื่องนี้มากขึ้นค่ะ

  28. Ratchanat Fusee 3/3 no.25 พูดว่า:

    ได้รู้จักประโยคบอกเล่า ปฏิเสธ และการแต่งประโยคคำถามที่เคยได้เรียนมาสามารถนำไปใช้ในชวิตประจำวันได้

  29. Patiphon KopraeM.3/3 No.10 พูดว่า:

    การแต่งประโยคคำถามจากประโยคบอกเล่า เพื่อให้เราได้เห็นตัวอย่างการแต่งประโยคง่ายๆ และให้จดจำไว้ว่า ในการสร้างประโยคคำถามจากประโยคบอกเล่านั้น ถ้าประโยคดังกล่าวมี กริยาช่วย อยู่ในประโยค ให้เอากริยาช่วยขึ้นต้นได้เลย แต่มีไม่กี่ตัว

  30. narueporn chilangka m.3/3 no.24 พูดว่า:

    ให้รู้ว่าการกริยาแท้เป็นกริยาแท้ในประโยค ไม่ควรเอานำหน้าเพื่อทำเป็นประโยคคำถาม หรือประโยคปฏิเสธ

  31. Wannika Pumprik No.19 m 3/3 พูดว่า:

    ดิฉันได้ศึกษาเรื่อง ประโยคบอกเล่า ปฏิเสธ คำถาม ทำให้ดิฉันมีความรู้มากขึ้น และทำให้มีความเข้าใจและสามารถนำมาใช้ในชีวิตประจำวันได้มากขึ้นค่ะ

  32. Nuttawoot krugsanook พูดว่า:

    จากกระผมได้ศึกษามาผมได้รู้เรื่องประโยคบอกเล่า ปฏิเสธ คำถาม Present Simple Tenseมากขึ้น

  33. NattawatM.3/3 No.3 พูดว่า:

    ถ้าประโยคดังกล่าวมี กริยาช่วย อยู่ในประโยค ให้เอากริยาช่วยขึ้นต้นได้เลย แต่มีไม่กี่ตัว

  34. patipon somkaun No.11 M.3/3 พูดว่า:

    เมื่อผมได้อ่านpresentทำไห้ผมได้เข้าใจ ถึงประโยคปฏิเสธ ประโยคคำถาม และประโยคบอกเล่าได้ดียี่งขึ้น

  35. nutcha yadee 3/3 no.23 พูดว่า:

    สามารถนำไปแต่งประโยค ปฏิเสธ และการแต่งประโยคคำถามจะต้องมีการใช้กิริยาช่วยอยู่ในประโยค

  36. areerak kumpeera m.3/3 no.28 พูดว่า:

    ทำให้รู้ว่าการใช้ในประโยคบอกเล่าเป็นอย่างไรและใช้ในประโยคำถามอย่างไร

  37. siriwun boonsuk No.27 M.3/3 พูดว่า:

    ได้รู้ถึงการใช้ประโยคในการใช้ชีวิตประจำวัน เช่น ประโยคบอกเล่า ประโยคปฏิเสธ และประโยคคำถาม

  38. pharit suya no.6 m.3/1 พูดว่า:

    ทำให้ได้รู้ว่า present simple tense เป็นรูปแบบประโยคที่ใช้ง่ายที่สุดมีส่วนประสอบของประโยคง่าย

  39. Penpan Jakkheaw M.3/1 No.23 พูดว่า:

    ดิฉันได้ศึกษาเกี่ยวกับ ประโยคบอกเล่า ปฏิเสธ และการแต่งประโยคคำถามจากประโยคบอกเล่า เพื่อให้ผู้เรียนได้เห็นตัวอย่างการแต่งประโยคง่ายๆ การสร้างประโยคคำถามจากประโยคบอกเล่านั้น ถ้าประโยคดังกล่าวมี กริยาช่วย อยู่ในประโยค ให้เอากริยาช่วยขึ้นต้น มากมายในการใช้ กริยาช่วยต่างๆ

  40. chitpong arted No.2 M. 3/1 พูดว่า:

    ใช้กับเหตุการณ์หรือการกระทำที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ใช้กับเหตุการณ์หรือการกระทำที่เป็นจริงตามธรรมชาติใชักับเหตุการณ์หรือการกระทำที่เกิดขึ้นบ่อยๆซ้ำๆจนเป็นกิจวัตรประจำวัน

  41. Suphanan Kaewnoy M.3/1 No.31 พูดว่า:

    ประโยคบอกเล่า ปฏิเสธ คำถาม PRESENT SIMPLE TENSE ม.3นี้ในการสร้างประโยคคำถามจากประโยคบอกเล่า ถ้าประโยคนั้นมี กริยาช่วย อยู่ในประโยค ให้เอากริยาช่วยนั้นขึ้นต้นได้ และประโยคบอกเล่า ปฏิเสธ และการแต่งประโยคคำถามจากประโยคบอกเล่า ทำให้เราได้เห็นถึงตัวอย่างการแต่งประโยคง่าย และโครงสร้างแต่ละประโยคก็จะแตกต่างกันไป
    -ถ้าเป็นโครงสร้างประโยคบอกเล่า
    ประธาน (ทุกตัว) + กริยาช่องที่ 2
    -โครงสร้างประโยคปฏิเสธ
    ประธาน + did+ not + กริยาช่องที่ 1 (กริยาไม่เติม s ทุกกรณี)
    ประโยคคำถามแบ่งออกเป็น 2 ประเด็นคือ ถามในรูปแบบบอกเล่า และถามรูปแบบปฏิเสธ
    1. การถามในรูปแบบบอกเล่า
    -โครงสร้างการถามในรูปแบบบอกเล่า
    Did + ประธาน + กริยาช่องที่ 1 (กริยาไม่เติม s ทุกกรณี)
    2. การถามในรูปแบบปฏิเสธ
    การถามในรูปปฏิเสธแบ่งออกอีกสองประเด็นคือ ในรูปแบบเต็ม และรูปแบบย่อ
    -โครงสร้างการถามในรูปแบบปฏิเสธ
    รูปแบบเต็ม
    Did + ประธาน +not+ กริยาช่องที่ 1 (กริยาไม่เติม s ทุกกรณี)
    รูปแบบย่อ
    Didn’t + ประธาน + กริยาช่องที่ 1 (กริยาไม่เติม s ทุกกรณี)

  42. Nattawoot krungsanook M.3/3 NO.4 พูดว่า:

    ทำให้ได้รู้ว่า present simple tense เป็นรูปแบบประโยคที่ใช้ง่ายที่สุดมีส่วนประสอบของประโยคง่าย

  43. Siriwun Boonsuk m.3/3 No.27 พูดว่า:

    จากการที่ศึกษาเกี่ยวกับ ประโยคบอกเล่า ปฏิเสธ และการแต่งประโยคคำถาม สามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ค่ะ

  44. janjira chumwong NO. 20 M. 3/3 พูดว่า:

    จากการที่ดิฉันได้ศึกษา เกี่ยวกับประโยคบอกเล่า ปฏิเสธ ดิฉันก็ได้ความรู้เพิ่มเติมอีกหลายอย่าง

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: